X

4 ไฮไลต์ใน LUXEED EHV (V9) รถ MPV ที่ตัวรถยาว 5.4 เมตร ขุมพลัง REEV วิ่งไกล 1,000 กม.

Last updated: 5 Oct 2026  |  105 Views  | 

4 ไฮไลต์ใน LUXEED EHV (V9)

ตลาดรถ MPV ระดับพรีเมียมช่วงโค้งสุดท้ายของปีคึกคักขึ้นอีกหลายดีกรี เมื่อแบรนด์ใหม่อย่าง "LUXEED เปิดตัว EHV (V9)" พร้อมประกาศว่า นี่คือ MPV ที่อยากนิยามความหรูใหม่ให้เป็นเรื่องของประสบการณ์การใช้งานมากกว่าโลโก้หน้ารถ (ที่คนยังไม่คุ้นเคย)

รถคันนี้เพิ่งเปิดตัวในจีนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และ LUXEED ระบุว่ามียอดส่งมอบสะสมทะลุ 20,000 คันไปแล้ว จุดที่น่าสนใจคือวิธีที่ EHV (V9) อ่านโจทย์ผู้ใช้รถระดับบนได้ค่อนข้างตรงจุด ผ่านจุดขายหลักๆ 4 ด้าน

1. ดีไซน์ที่มี “ลายเซ็น” เฉพาะตัว

LUXEED EHV (V9) มาในสัดส่วน MPV ขนาดใหญ่ เส้นตัวถังเรียบยาวและมีงานโครเมียมพอให้ดูภูมิฐาน ไม่เน้นเหลี่ยมมุมดุดันแบบรถไฟฟ้าบางรุ่น จุดจำคือไฟหน้า Diamond Headlights และแถบไฟท้าย Starlight ที่ช่วยให้ตัวรถมีลายเซ็นเมื่ออยู่บนถนนยามค่ำคืน

LUXEED ไม่ได้พยายามทำรถให้ล้ำจนดูห่างไกลคนใช้จริง แต่พยายามวางภาพเป็นรถรับแขก รถผู้บริหาร และรถครอบครัวในคันเดียวกัน สีตัวถังที่เปลี่ยนมิติตามแสงก็เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รถดูแพงโดยไม่ต้องใช้เส้นสายมากเกินจำเป็น

หากเทียบกับ Toyota Alphard ที่ขายความน่าเชื่อถือและภาพจำของรถผู้บริหารมานาน หรือ ZEEKR 009 ที่บุคลิกออกแนวเทคโนโลยีจัดจ้านกว่า EHV (V9) กำลังเลือกพื้นที่ตรงกลาง คือหรูแบบร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่ายกว่าในเชิงภาพลักษณ์

2. ห้องโดยสารคืออาวุธจริง ไม่ใช่แค่ของแถม

หัวใจของ EHV (V9) อยู่ที่พื้นที่ภายใน ด้วยตัวรถยาว 5.4 เมตร ซึ่งยาวกว่า Alphard ที่ยาว 5.01 เมตร, ZEEKR 009 ที่ยาว 5.209 เมตร และ DENZA D9 ที่ 5.25 เมตรในกลุ่มคู่แข่งหลัก ห้องโดยสารจึงถูกออกแบบให้ไม่ใช่แค่มีที่นั่งครบ แต่มีพื้นที่ให้ “ใช้ชีวิต” ได้จริง



ไฮไลต์คือเบาะแถวสองที่หมุนได้ 45, 90 และ 180 องศา ฟังก์ชันนี้อาจดูเป็นลูกเล่นในวันแรกที่เห็น แต่เมื่อคิดถึงการเดินทางพร้อมครอบครัว การประชุมระหว่างทาง หรือการดูแลผู้สูงอายุ มันจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศจากรถตู้ให้กลายเป็นห้องรับรองเคลื่อนที่ได้ทันที เบาะ Zero-Gravity ก็เข้ามาเติมโจทย์คนที่ใช้เวลาบนรถนาน ๆ

และเมื่อพับเบาะแถวสามลง รถสามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 20 ใบ หรือถุงกอล์ฟ 4 ใบ นี่คือจุดที่พูดกับครอบครัวใหญ่และกลุ่มผู้บริหารได้ชัดเจน เพราะรถระดับนี้ต้องไม่ทำให้ต้องเลือกระหว่าง “พาคนไป” กับ “ขนของไป” อีกต่อไป



3. ห้องโดยสารอัจฉริยะที่ต้องพิสูจน์ด้วยการใช้งานจริง

EHV (V9) ใส่ทั้งระบบสั่งงานด้วยท่าทางและ AI Voice Interaction เข้ามา เป้าหมายคือให้ผู้โดยสารสั่งงานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น ลดการเอื้อมมือและลดการละสายตา โดยเฉพาะเมื่อรถมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ในตลาดไทย คำว่า “อัจฉริยะ” จะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อใช้ได้จริงในภาษาไทย ฟังสำเนียงที่หลากหลายได้ดี และไม่ทำให้การกดปุ่มธรรมดากลายเป็นเรื่องยุ่งยาก นี่จึงเป็นจุดที่ LUXEED ต้องพิสูจน์ต่อหลังเปิดตัวจำหน่ายจริง

คู่แข่งอย่าง ZEEKR 009 วางตัวเด่นเรื่องสมรรถนะและระบบประมวลผลห้องโดยสาร ขณะที่ DENZA D9 มีจอควบคุมสำหรับผู้โดยสารแถวสองและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบเครื่อง สิ่งที่ EHV (V9) นำเสนอแตกต่างคือการทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในรถ ไม่ใช่เพียงหน้าจออีกหนึ่งบาน

4. REEV คือคำตอบของคนอยากได้ไฟฟ้า แต่ยังไม่อยากกังวลเรื่องระยะทาง

จุดขายที่มีนัยต่อการแข่งขันมากที่สุดคือระบบ “REEV” หรือรถไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทางขับขี่ โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแกนหลักและมีเครื่องยนต์เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเรื่องการชาร์จ LUXEED ระบุว่ารถวิ่งได้รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร

นี่ทำให้ EHV (V9) มีจุดยืนต่างจาก DENZA D9 และ ZEEKR 009 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าล้วน DENZA D9 ระยะทางสูงสุด 580 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ส่วน ZEEKR 009 มีระยะทางสูงสุด 712 กิโลเมตรตามมาตรฐานเดียวกัน รถไฟฟ้าล้วนให้ความเงียบและต้นทุนพลังงานที่น่าสนใจ แต่ผู้ใช้ที่ต้องวิ่งข้ามจังหวัดบ่อย หรือยังไม่มั่นใจเรื่องจุดชาร์จ อาจมอง REEV เป็นทางเลือกที่ผ่อนคลายกว่า

ด้านความปลอดภัย EHV (V9) ให้ถุงลมนิรภัย 12 ตำแหน่ง พร้อมระบบช่วยจอด SIVP ขณะที่ DENZA D9 ระบุถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ตัวเลขไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่สะท้อนว่าการปกป้องผู้โดยสารทุกแถวถูกวางไว้เป็นประเด็นหลัก ไม่ใช่แค่สิ่งที่ใส่มาเพื่อให้เช็กลิสต์ดูยาว

อย่างไรก็ตาม ศึกนี้ยังตัดสินไม่ได้จนกว่าจะมีราคา รุ่นย่อย เงื่อนไขรับประกัน และเครือข่ายบริการออกมาชัดเจน Alphard ยังได้เปรียบเรื่องความเชื่อมั่นและราคาขายต่อ โดยมีราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท ขณะที่ DENZA D9 เริ่มต้นราว 1.9999 ล้านบาท และ ZEEKR 009 รุ่นเริ่มต้นอยู่ที่ 2.399 ล้านบาท

LUXEED EHV (V9) จึงไม่ได้เดินลงสนามด้วยโจทย์ “ทำรถให้หรูกว่า” แต่กำลังเสนอว่ารถ MPV ระดับบนควรให้ความยืดหยุ่นกับชีวิตมากขึ้น ทั้งพื้นที่ที่ปรับได้ เทคโนโลยีที่ต้องใช้งานได้จริง และพลังงานไฟฟ้าที่พาไปไกลโดยไม่กดดันผู้ใช้ หากทำราคาและบริการหลังการขายได้สมเหตุผล EHV (V9) มีโอกาสเป็นรถที่ทำให้ตลาด MPV หรูในไทยต้องขยับตัวอีกครั้ง

ตลาดรถ MPV ระดับพรีเมียมในไทยกำลังน่าสนใจขึ้นทุกที เพราะวันนี้ลูกค้าไม่ได้มองเพียง “รถครอบครัวคันใหญ่” แต่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวบนล้อที่พาคนสำคัญเดินทางได้สบาย มีเทคโนโลยีทันยุค และไม่สร้างภาระเมื่อออกต่างจังหวัด LUXEED จึงเลือกเผยโฉม EHV (V9) ในเวทีมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 พร้อมประกาศจุดยืนชัดว่า นี่คือ Luxury Intelligent MPV ที่อยากนิยามความหรูใหม่ให้เป็นเรื่องของประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ตราสัญลักษณ์หน้ารถ


เกี่ยวกับ LUXEED

LUXEED (ลักซีดด์) เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ของเชอรี่ กรุ๊ป (Chery Group) ชื่อแบรนด์เกิดจากการผสาน LUXURY และ EXCEED เข้าไว้ด้วยกัน

ที่มา : LUXEED

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้