X

ยอดลงทุน EV ทะลุ 1.8 แสนล้าน "บีโอไอ" ผนึก "ผู้ผลิต EV" เร่งเครื่องไทยสู่ "Smart & Green Mobility"

Last updated: 14 พ.ค. 2569  |  82 จำนวนผู้เข้าชม  | 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

"บีโอไอ" ผนึก "ผู้ผลิต EV จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป" เร่งเครื่องไทยสู่ “Smart & Green Mobility” เผยยอดลงทุนอุตสาหกรรม EV ทะลุ 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่ "China EV100" คาดยอดขาย EV ทั่วโลกมีส่วนแบ่งตลาด 45% ภายในปี 2030

บีโอไอ เปิดเวที BOI Symposium ดึงผู้ผลิต EV ชั้นนำจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ฉายภาพอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ขับเคลื่อนไทยสู่ “Smart and Green Mobility” ผ่านนโยบายสนับสนุน xEV และเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะครบวงจร เผยยอดลงทุนอุตสาหกรรม EV ทะลุ 1.8 แสนล้านบาท ตอกย้ำบทบาทไทยสู่การเป็น EV Hub ของอาเซียน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า  บีโอไอได้จัด BOI Symposium หัวข้อ “Thailand Driving Toward Smart and Green Mobility” ภายในงาน SUBCON Thailand 2026 โดยมี China EV100 องค์กร Think Tank ด้านยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน พร้อมผู้บริหารบริษัทยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับโลกจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรปที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ร่วมสะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smart and Green Mobility เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569

“งานนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ระบบซัพพลายเชน และโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค โดยมีนักลงทุนและผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 500 คน”

นายนฤตม์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Policies to Accelerate Smart and Green Mobility” โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัล หรือที่เรียกว่า ACES ประกอบด้วย Autonomous, Connected, Electric และ Shared Mobility ส่งผลให้ซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ไปสู่การเป็น “ฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตแบบครบวงจร” ของภูมิภาค ทั้งในมิติของ Green และ Smart Mobility ที่ต้องมาคู่กัน


วิกฤตตะวันออกกลางเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ EV

วิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้เห็นว่า Green Mobility ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในระยะยาว

"ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามกระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เรากำลังชิงจังหวะเป็นผู้กำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านนั้น พร้อมทั้งดึงดูดบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก ทั้งในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ EV ทุกประเภท รวมทั้งชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้มาตั้งฐานการผลิตและส่งออกในไทย”

บีโอไอ หนุนผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงสู่ซัพพลายเชนโลก

นอกจากนี้ บีโอไอให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เชื่อมโยงเข้าสู่ซัพพลายเชนโลกได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบีโอไอได้หารือร่วมกับ 4 สมาคมหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อจัดทำมาตรการระยะต่อไป ทั้งการสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 – มีนาคม 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV รวมกว่า 182,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการผลิตรถยนต์ EV ทุกประเภท แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต EV หลักของภูมิภาค



China EV100 คาดยอดขาย EV ทั่วโลกมีสัดส่วน 45% ภายในปี 2030

นายจาง หยงเหว่ย ประธานสถาบันพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (China EV100) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังก้าวเข้าสู่ “ช่วงเร่งตัว” ของการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าในปี 2030 EV จะมีสัดส่วน 45% ของยอดขายทั่วโลก หรือ 43–45 ล้านคัน โดย EV ไม่ได้เป็นเพียงยานยนต์ แต่กำลังพัฒนาเป็น “แพลตฟอร์มเทคโนโลยี” ที่ผสาน AI พลังงานสะอาด และบริการดิจิทัล ทำให้มูลค่าอุตสาหกรรมย้ายจากเครื่องยนต์และฮาร์ดแวร์ ไปสู่ซอฟต์แวร์และระบบนิเวศบริการ ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านแบตเตอรี่ ชิป เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ และมาตรฐานสากล จะเป็นหัวใจของการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

ที่มา : บีโอไอ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้